วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

INTERNET TV

Internet TV ก็คือทีวีที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนตและสามารถใช้งานอินเทอร์เนตได้ (แบบเดียวกับที่เราใช้งานอินเทอร์เนตผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องโน๊ตบุ๊ค) และสามารถใช้ระบบสืบค้น ค้นหา รายการข่าว รายการเพลง รายการกีฬา ละคร ภาพยนต์ รูปภาพ ฯลฯ และแสดงผลผ่านทางหน้าจอแสดงผล

แนวความคิดเรื่อง Internet TV ก็เกิดมาจากพื้นฐานการรับชมข่าวสารในปัจจุบัน ที่คนส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนมารับชมข่าวสารผ่านทางสื่ออินเทอร์เนตมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากความรวดเร็วของการข่าวสาร และสามารถที่จะเลือกรับชมเฉพาะข่าวสารที่เราสนใจเท่านั้น



Internet TV หรือที่ตอนนี้รู้จักกันในชื่อของ Google TV เป็นแนวคิดที่ Google ร่วมมือกับผู้ผลิตทีวี ให้ผลิตทีวีที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เนตได้ และใช้ความสามารถของระบบค้นหาข้อมูล (ซึ่งเป็นเครื่องมือทำเงินอันทรงพลังของ Google) ค้นหารายการทีวีประเภทต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมายจากผู้ให้บริการทางอินเทอร์เนต ซึ่งมีทั้งแบบเสียเงิน (Video on Demand) ทั้งแบบรายเดือน อย่างเช่น เว็บไซต์ Netflix (ซึ่งให้ทดลองชมฟรีในเดือนแรก) หรือแบบเป็นเรื่อง อย่างเช่น ภาพยนต์จากเว็บไซต์ Amazon หรือ เว็บไซต์ Youtube ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย



จริงๆ แล้ว ก่อนหน้าที่ทาง Google จะเปิดตัว Internet TV ทางฝากฝั่งของบริษัท Apple ก็มีผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Apple TV ซึ่งให้บริการแบบ Video on Demand ผ่านทาง Apple Store มาก่อน ซึ่งเราสามารถซื้อ และโหลดภาพยนต์มาเก็บไว้ในเครื่อง Apple TV ของเราไว้รับชมได้ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากนัก แต่หลังจากที่ทาง Google เปิดตัว Google TV และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทาง Apple จึงพัฒนา Apple TV ทั้งในเรื่องของการบริการให้มีความสามารถมากขึ้น และมีราคาถูกลงเพื่อให้สามารถสู้กับ Google TV ได้ ซึ่งผู้บริโภคอย่างเราคงจะรู้ผลแพ้ชนะกันในไม่ช้านี้

เราไปดูรายละเอียดความสามารถต่างๆ ของ Internet TV กันต่อครับ



สามารถใช้งานอินเทอร์เนต ค้นหาและแสดงผลเว็บไซต์ต่างๆ ได้เหมือนกับการท่องอินเทอร์เนตจากคอมพิวเตอร์ทั่วไป



สามารถค้นหาและแสดง รายการข่าว รายการบันเทิง ภาพยนต์ ผ่านแชนแนลของผู้ให้บริการทางเว็บไซต์ หรือผ่านทางแอพลิเคชั่นของผู้ให้บริการ ซึ่งมีทั้งแบบเสียเงินและฟรี

สามารถสร้างเมนูจากรายการทีวีที่คุณชื่นชอบ หรือแชนแนลของผู้ให้บริการที่คุณสนใจเก็บเอาไว้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน



สามารถสลับการใช้งานอินเทอร์เนตกับการรับชมทีวีได้ตลอดเวลา หรือสามารถใช้งานทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันก็ได้

สามารถบันทึกรายการทีวีที่คุณสนใจเอาไว้รับชมในภายหลังได้ สำหรับความสามารถในการบันทึกราการทีวีจำเป็นต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครใช้งานอีกเล็กน้อย 



สำหรับสองข้อสุดท้ายนี้ถือเป็นทางเลือกก็แล้วกัน โดยสามารถลงแอพลิเคชั่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นเป็นรีโมทได้ หรือสามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคุณบันทึกสิ่งที่คุณพบเห็น ผ่านอินเทอร์เนตไปยัง Internet TV ของคุณที่บ้านได้ด้วย



ในขณะนี้รูปแบบของ Internet TV แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบแรก มีลักษณะเป็นเครื่องทีวีที่สามารถต่ออินเทอร์เนตได้พร้อมรีโมทรูปร่างเหมือนคีย์บอร์ดเพื่อให้สามารถควบคุมการทำงานบนหน้าจอและเล่นอินเทอร์เนตไปพร้อมๆ กัน แบบที่สอง ลักษณะเป็นกล่องเครื่องเล่นที่สามารถต่ออินเทอร์เนตได้พร้อมรีโมทรูปร่างเหมือนคีย์บอร์ด ซึ่งแบบที่สองนี้ทำให้เราไม่จำเป็นต้องซื้อทีวีเครื่องใหม่ให้สิ้นเปลือง แต่สามารถใช้กล่องเครื่องเล่นนี้ เชื่อมต่อกับอินเทอร์เนตแล้วต่อสัญญาณไปยังทีวีอีกต่อหนึ่ง คล้ายเครื่องเล่นแผ่นดีวีดีหรือซีดีที่เราคุ้นเคยกัน

ตัวเครื่อง Internet TV ทั้ง 2 แบบสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ท่านมีอยู่แล้วได้อย่างปกติ ไม่ว่าจะเป็น จานดาวเทียม เคเบิลทีวี เครื่องเล่นดีวีดี ซีดี หรือ อินเทอร์เนต ซึ่งเชื่อว่าเกือบทุกๆ หลังคงมีสิ่งเหล่านี้พร้อมอยู่แล้วสำหรับการใช้งาน Internet TV

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

บริการ cloud storage

Cloud Storage ก้อนเมฆเก็บข้อมูล

Cloud Storage คืออะไร ?

       สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งาน Dropbox มาก่อน Cloud Storage นั้นสามารถเปรียบเสมือนกับที่ฝากไฟล์บนอินเตอร์เน็ตนั่นเอง เเต่มีความเเตกต่างตรงที่ว่าเว็บฝากไฟล์นั้นไม่มีการจับระเบียบไฟล์เป็นหมวดหมู่ที่ดีนัก เเละมีการจำกัดหรือเงื่อนไขในการฝากไฟล์ค่อนข้างมาก รวมไปถึงความยากในการใช้งานที่ต้องเข้าผ่านเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว เเละมีลักษณะที่คงที่ คือไฟล์ไม่สามารถเปลี่ยนเเปลงข้อมูลใดๆ ได้ (ลองนึกถึงไฟล์เอกสาร) ถ้าเราอัพเดทข้อมูลเเล้ว เราต้องทำการอัพไฟล์ใหม่อีกรอบซึ่งต้องเสียเวลาอัพเดทด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
หัวใจของ Cloud Storage คือการ ซิงค์” ข้อมูลที่เราต้องการ (หรือทั้งหมด) เเละสนับสนุนบนอุปกรณ์หลายชนิดเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน เนื่องจากปัจจุบันนี้เราไม่ได้ใช้งานอยู่บน PC เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ยังมีทั้งสมาร์ทโฟนเเละเเท็บเล็ตที่มีความสามารถสูงพอที่จะทำงานทดเเทน PC บางอย่างได้ เช่น เเก้ไขไฟล์เอกสารเล็กๆ น้อยๆ หรืออ่าน PDF ดังนั้นลองคิดดูว่าเวลาเรียกใช้ข้อมูลสมัยก่อนนั้นเราต้องทำการก็อปปี้ข้อมูลที่ตรงการลงบนอุปกรณ์เเต่ละชนิด ซึ่งถ้ามีการเปลี่ยนเเปลงหรืออัพเดทเราต้องทำการก็อปปี้ไฟล์ใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งมีความยุ่งยากเเละน่าเบื่อ เเต่ถ้าเราใช้งานบน Cloud Storage นั้นเมื่อเราเเก้ไขไฟล์ที่อุปกรณ์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเเล้ว ก็จะทำการอัพเดทไฟล์ดังกล่าวไปยัง Cloud Storage โดยอัตโนมัติเพื่อให้อุปกรณ์อื่นๆ ของเราได้รับไฟล์เวอร์ชันล่าสุดเช่นเดียวกัน
          หลายคน คงสงสัยว่า Cloud Storage คืออะไร อธิบายแบบง่ายๆ เลยก็คือ ที่เก็บข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ต สามารถฝากไฟล์และดึงไฟล์ออกได้อย่างสะดวก โดยต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ทำให้บริการของ Cloud Storage ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีปัจจัยที่สนับสนุนอย่างการเติบโตของอุปกรณ์โมบายต่างๆ ทั้ง Smart Phone และ Tablet ทำให้สามารถเข้าถึงได้อย่างง่าย ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้สบายมากขึ้น

    ปัจจุบันถ้ากล่าวถึง Cloud Storage หรือเรียกง่ายๆ ก็คือการบริการเก็บข้อมูลโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะตอนนี้กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างสูง แต่ละค่ายก็มีการแข่งขันกันสูงมาก ซึ่งล่าสุดเจ้าแห่ง Search Engine อย่าง Google ก็โดดมาร่วมการแข่งขันอันนี้ด้วย เริ่มด้วยเปิดให้บริการ Google Drive เนื่องด้วยมีการบริการแบบนี้กันหลายเจ้า การแข่งขันในการให้พื้นที่การเก็บข้อมูล รายละเอียดปลีกย่อยในการให้บริการแต่ละรายก็มีข้อเสนอ เงื่อนไข จุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนในการเลือกใช้บริการจะใช้ของบริการเจ้าไหนกันดี บทความนี้จะนำเสนอการเปรียบเทียบคุณสมบัติของบริการพื้นที่เก็บข้อมูลของผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ 4 ราย คือ
  • SkyDrive ของไมโครซอฟท์
  • iCloud ของแอปเปิล
  • Google Drive ของกูเกิล?
  • Dropbox ของดรอปบ็อกซ์
เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการ

ประโยชน์ของการใช้งาน Cloud Storage
          •   สามารถเข้าถึงไฟล์ต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา
          •   สามารถเพิ่มขนาดจัดเก็บไฟล์ได้
          •   คุ้มค่ามากกว่าการซื้ออุปกรณ์จัดเก็บไฟล์อย่างพวกฮาร์ดดิสก์
          •   ไม่มีความเสี่ยงกับในเรื่องของอุปกรณ์จัดเก็บไฟล์เสีย
          •   ได้รับบริการเสริมต่างๆ เช่น การสำรองข้อมูล การรับประกันในกรณีข้อมูลสูญหาย เป็นต้น
 
ข้อเสียของการใช้งาน Cloud Storage
          •   จำเป็นต้องใช้งานผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น
          •   ความปลอดภัยของข้อมูลซึ่งอาจถูกแฮ็กข้อมูลได้
          •   เสียค่าบริการ ในกรณีที่มีการฝากไฟล์เกินขนาดที่ผู้ให้บริการแต่ละรายกำหนด


SkyDrive
เว็บไซต์: SkyDrive
SkyDrive นั้นถ้าไม่อยู่ในรายชื่อก็คงประหลาดมากเพราะเจ้าของก็คือ ยักษ์ใหญ่แห่งโลกซอฟท์แวร์ไมโครซอฟท์นั้นเอง SkyDrive นั้นเริ่มบริการมาพักใหญ่แล้ว แต่ช่วงนี้เมื่อมีการแข่งขันสูงทางทางไมโครซอฟท์ทำการปรับปรุง SkyDrive ใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังออก SkyDrive App ซึ่งทำให้ใช้งาน SkyDrive ได้สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น โดยให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 7 GB (สูงสุด 25 GB สำหรับผู้ใช้เก่า) ซึ่งถึอว่าสูงที่สุดในผู้ให้บริการทั้งหมดใน 4 ราย การเข้าถึงข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ทางเว็บและ SkyDrive App จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้โอเอสเป็น Windows และ MAC OS X อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต ไอแพด ไอแพด ไอโฟน และสมาร์ทโฟนระบบ Windows Phone และ Android
ทั้งนี้ยังสามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone ได้ และยังใช้ร่วมกับบริการ Office Web App ทำให้สามารถสร้างและแก้ไขเอกสาร Microsoft Word, Microsoft PowerPoint และ Microsoft Excel ได้โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office ได้อีกด้วย แต่ที่น่าเสียดายอยู่อย่างนึงคือไม่สนับสนุน Windows XP

Apple iCloud
เว็บไซต์ Apple iCloud
Apple iCloud เป็นบริการของผู้ที่เป็นสาวกของ Apple โดยแท้ ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 5 GB สามารถเข้าถึงได้ทาง ไอแพด ไอโฟน และการใช้งานต้องมี Apple ID และอนุญาตให้เก็บไฟล์ฟรีได้เฉพาะไฟล์บางประเภทเท่านั้น อย่างเช่น รูปภาพ ในกรณีต้องการเก็บไฟล์เอกสาร iWork ในระบบ iCloud ผู้ใช้ต้องเสียเงินซื้อ iWork App และไม่มีฟีเจอร์แชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone

Google Drive
เว็บไซต์: Google Drive
เจ้าแห่ง Search engine ไม่ใครที่ไม่รู้จักได้ลงสนามแข่งขันด้วยทำทั้งทีก็ต้องได้ชื่อเสียง บริการของ Google ใช้ชื่อว่า Google Drive ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 5 GB สามารถเข้าถึงได้ทางเว็บและโปรแกรมของ Google Drive ซึ่งมีบริการทั้งเวอร์ชันสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบ Windows และ MAC OS X อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต Android สามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone? แต่ถ้าต้องการจะบริการเก็บและแบ่งปันรูปภาพจะต้องใช้บริการ Google+ และ Picasa ซึ่งให้บริการแยกต่างหากออกไป


DropBox
เว็บไซต์: Dropbox
Dropbox ให้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรี 2 GB และให้พื้นที่เพิ่ม 500MB ฟรีเมื่อผู้ใช้ทำการอัปโหลดรูปหรือวิดีโอ 500MB ด้วยฟังก์ชัน Automatic Uploading ด้วยโปรแกรมแกรม Dropbox? โดยจะเพิ่มพื้นที่ฟรีสูงสุด การเข้าใช้งานแล้ว 3GB ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลฟรีสูงสุด 5GB โดย Dropbox สามารถเข้าถึงได้ทางเว็บและโปรแกรม Dropbox จากเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบ Windows, MAC OS X และ Linux อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต ไอแพด ไอโฟน และสมาร์ทโฟนระบบ Android และ BlackBerry นอกจากนี้ ยังสามารถแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์แบบ Share with anyone ได้
สรุปรูปแบบการบริการ
Free file storage and access
Free file storage and access
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Cloud Storage
7 GB
5 GB*
5 GB
2 GB
Windows
ok
?
ok
ok
MAC
ok
?
ok
ok
WEB
ok
?
ok
ok
Remote access
ok
ok
?
?

Access files on the go
Access files on the go
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
iPhone and iPad
ok
ok*
?
ok
Windows Phone
ok
?
?
?
Android
**
?
ok
ok
Mobile Web
ok
?
ok
ok

Work together online
Work together online
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Work seamlessly with Microsoft Office Across PC, Mac and Web
ok
?
?
?
View and edit online for free
ok
?
ok
?
Edit online at the same time as others
ok
?
ok
ok
Track versions
ok
?
ok
?

Capture anythings,get to it later
Work together online
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Free note-taking apps for your phone
ok
ok*
?
?

Showcase your photos
Showcase your photos
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Online slide shows
ok
ok
***
ok
Email slide shows
ok
?
***
?
Post to Facebook and Twitter
ok
?
***
ok
Captions
ok
ok
***
ok
Show geotags
ok
ok
***
?

Simple file sharing
Simple file sharing
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Share with anyone
ok
?
ok
ok
Online viewing for Office files
ok
?
ok
?
Large file support (Free)
2 GB
?
5 GB
2 GB

ในกรณีถ้าผู้ใช้ต้องการบริการที่เพิ่มเติมจากที่ให้บริการแบบฟรี ผู้ใช้ก็สามารถรับบริการเพิ่มเติมจากเดิมได้แต่ต้องเสียค่าบริการ โดยมีอัตราค่าบริการดังนี้
SkyDrive คิดอัตราบริการต่อปีถูกที่สุด โดยมีพื้นที่ความจุให้เลือก 3 ขนาด คือ
  • 20 GB อัตราค่าบริการประมาณ 300 บาท (10$)
  • 50 GB อัตราค่าบริการประมาณ 750 บาท (25$)
  • 100 GB อัตราค่าบริการประมาณ 1,500 บาท (50$)
Apple iCloud คิดอัตราบริการต่อปี โดยมีพื้นที่ความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ
  • 20 GB อัตราค่าบริการประมาณ 1,200 บาท (40$)
  • 50 GB อัตราค่าบริการประมาณ 3,000 บาท (100$)
Google Drive มีพื้นที่ความจุให้เลือกขนาดเดียวคือ
  • 100 GB อัตราค่าบริการประมาณ 1,800 บาท (60$) ต่อปี
Dropbox คิดอัตราบริการต่อปี โดยมีพื้นที่ความจุให้เลือก 2 ขนาด คือ
  • 50 GB อัตราค่าบริการประมาณ 2,970 บาท (99$)
  • 100 GB อัตราค่าบริการประมาณ 5,790 บาท (199$)
Paid storage option (Annual price)
SkyDrive
Apple iCloud
Google Drive
Dropbox
Add 20 GB
$10
$40
?
?
Add 50 GB
$25
$100
?
$99
Add 100 GB
$50
?
$60
$199

หมายเหตุ:
* iCloud อนุญาตให้เก็บไฟล์ฟรีได้เฉพาะไฟล์บางประเภทเท่านั้น อย่างเช่น รูปภาพ ในกรณีต้องการเก็บไฟล์เอกสาร iWork ในระบบ iCloud ผู้ใช้ต้องซื้อ iWork App เพิ่ม
** SkyDrive สามารถทำงานร่วมกับ OneNote เวอร์ชันแอนดรอยด์ เพื่อทำการจับภาพที่ต้องการได้
*** Google Drive มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเก็บไฟล์เอกสารเป็นหลัก สำหรับบริการเก็บและแบ่งปันรูปภาพนั้นกูเกิลมีบริการที่แยกต่างหากคือ Google+ และ Picasa

อ้างอิง       http://escsequencer.wordpress.com/2012/04/29
                 http://www.plan.doae.go.th/project/narrowcorner/userfiles/Dropbox.pdf
                 www.malangtub.com/2012/04/05/dropbox-วิธีการใช้งานขั้นเทพ/
                         http://notebookspec.com/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A-cloud-storage-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-skydrive-icloud-google-drive-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0dropbox/110993/

http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/17984/index.html

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557


คือวิธีการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบCloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้อง การผู้ใช้ ทั้งนี้ระบบสามารถเพิ่มและลดจำนวนของทรัพยากร รวมถึงเสนอบริการให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบเลยว่าการทำงานหรือเหตุการณ์เบื้องหลังเป็น
Cloud หรือบางคนก็บอกว่า Cloud Computing มันคืออะไร ค้นในเน็ตเจอคำแปลต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่บอกว่า การประมวลผลบนก้อนเมฆ… ถ้าสำหรับแบบที่ผมคิดนะ ผมว่าก็คือระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เรานี่แหละ แต่แทนที่จะต้องมาประมวลผล หรือทำงานแบบเดิมคือทำบน PC แบบที่เราเคยใช้ๆกันอยู่มันจะย้ายไปทำงานผ่านพวก WEB Browser บนโลกอินเตอร์เน็ต อาทิเช่น เดิม เราใช้ Microsoft Word, Excel, Power Point โดยเราต้องเปิด PC แล้วรอมัน Windows มันบู๊ต แล้วเราก็เลือกไอคอน โปรแกรม แล้วก็คลิ๊กเปิด แล้วก็ใช้งาน

Cloud Computing


แต่ถ้าเป็น Cloud Computing หรือ Cloud Service คือเราเข้าอินเตอร์เน็ตให้ได้ และเราก็จะใช้งานโปรแกรมอะไรก็ตามแต่ ผู้ให้บริการบนโลกอินเตอร์เน็ต เขาก็จะเตรียมไว้ให้เราแล้ว (แต่ถ้าเข้าอินเตอรเน็ตไม่ได้…ก็เกิดเรื่องกันละทีนี้) เอาให้ง่ายเข้าไปอีก ลองคิดถึงแต่ก่อนเราอาจจะต้องใช้ Outlook หรือ Lotus Note ในการทำงานเพื่อเปิดเครือ่งเพื่อรับเมล์ เดี๋ยวนี้เราจะเห็น มี Google, Hotmail หรือ Yahoo ให้เราสามารถเช็คเมล์ได้ โดยเฉพาะ Google พี่ท่านกะล็อกทุกอย่าง หรือครองโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้ เดี๋ยวถ้าเรามี Domain แล้วไม่ต้องการมี Server หรือตั้งระบบ Mail Server เราสามารถไปเช่าใช้บริการผูกเมล์เราเข้ากับระบบ Gmail ของ Google ได้อีกต่างหาก

Cloud Computing

นิยามความหมายของคําหลักๆ 3 คําที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing มีดังนี้

• ความต้องการ (Requirement) คือโจทย์ปัญหาที่ผู้ใช้ต้องการให้ระบบคอมพิวเตอร์
แก้ไขปัญหาหรือตอบปัญหาตาม ที่ผู้ใช้กําหนดได้ยกตัวอย่างเช่น ความต้องการพื้นที่จัดเก็บ
ข้อมูลขนาด 1,000,000 GB, ความต้องการประมวลผลโปรแกรมแบบขนานเพื่อค้นหายารักษา
โรคไข้หวัดนกให้ได้สูตรยาภายใน 90 วัน, ความต้องการโปรแกรมและพลังการประมวลผล
สําหรับสร้างภาพยนตร์แอนนิเมชันความยาว 2 ชั่วโมงให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน, และความ
ต้องการค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวและโปรแกรมทัวร์ในประเทศอิตาลีในราคา ที่ถูกที่สุดในโลกแต่
ปลอดภัยในการเดินทางด้วยเป็นต้น

• ทรัพยากร (Resource) หมายถึง ปัจจัยหรือสรรพสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผล
หรือเกี่ยวข้องกับการแก้ไข ปัญหาตามโจทย์ที่ความต้องการของผู้ใช้ได้ระบุไว้ อาทิเช่น CPU, 
Memory (เช่น RAM), Storage (เช่น harddisk), Database, Information, Data, Network, 
Application Software, Remote Sensor เป็นต้น


• บริการ (Service) ถือว่าเป็นทรัพยากร และในทางกลับกันก็สามารถบอกได้ว่า
ทรัพยากรก็คือบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านCloud Computingแล้ว เราจะใช้คําว่าบริการ
แทนคําว่าทรัพยากรคําว่าบริการหมายถึงการกระทํา (operation) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สนองต่อ
ความต้องการ (requirement) แต่การกระทําของบริการจะเกิดขึ้นได้จําเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากร
โดยการใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดผลลัพธ์สนองต่อความต้องการ

สําหรับCloud Computingแล้ว ผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องสนใจเลยว่าระบบเบื้องล่างทํางาน
อย่างไร ประกอบไปด้วยทรัพยากร (resource) อะไรบ้าง ผู้ใช้แค่ระบุความต้องการ
(requirement) จากนั้นบริการ (service) ก็เพียงให้ผลลัพธ์แก่ผู้ใช้ส่วนบริการจะไปจัดการกับ
ทรัพยากรอย่างไรนั้นผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องสนใจ


ประโยชน์ของ cloud computing

-มีความคล่องตัว ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลจาก Server ได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่น สามารถขยายหรือลดโครงสร้างพื้นฐานได้สะดวกและง่ายต่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง

-Reduction in costs: มีต้นทุนที่ลดลงเนื่องจากผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Server ขนาดใหญ่ด้วยตนเอง  ลดภาระต้นทุนเกี่ยวกับการติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์ประมวลผลขนาดใหญ่

-Freedom of Location :  มีอิสระจากอุปกรณ์ และสถานที่  เพราะผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้จากทุกแห่งทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

-Scalability and speed :  การขยายตัวเป็นแบบ (Scalability)  สูง สามารถเข้าถึงแพลทฟอร์มที่หลากหลายและความสามารถในการทำงานร่วมกับแพลทฟอร์มที่ยึดหยุ่นและมีศักยภาพด้วยโครงสร้างที่หลากหลาย

-มีความไว้วางใจ (Reliability)  สูงขึ้น

-มีความปลอดภัย (Security) สูง เนื่องจากทุกๆ โปรแกรมและไฟล์ทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ใน Supercomputer ส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่หรือจัดเก็บอยู่ใน Network ความเร็วสูง

-มีความยั่งยืน (Sustainability)  ซึ่งได้จากการใช้ทรัพยากรที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ

-Reduce run time and response time : เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลของโปรแกรมประยุกต์  ทำให้โปรแกรมที่มีการคำนวณและประมวลผลที่ยุ่งยากและซับซ้อนสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น

-Enabling Innovation: ได้รับบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่เสมอ

-Ease of Use:  ใช้งานง่าย โดยเปรียบเหมือนเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

การค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลที่จะถูกสืบค้นได้ในอินเทอร์เน็ต
• อาจอยู่ในรูปแบบของ
–Web Pages
–Directories Index
• สืบค้นโดยใช้ Search Engine
โปรแกรมสืบค้นข้อมูล (Search Engine)
• ใช้สำหรับการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
• มักจะเป็น Web-base Applications
• มีหลากหลายโปรแกรม
• มีคุณสมบัติและความสามารถที่แตกต่างกัน
• มีการออกแบบเพื่อกิจกรรมเฉพาะอย่าง
ตัวอย่าง Search Engine เว็บไซท์
• http://www.altavista.com/
• http://www.yahoo.com/
• http://www.google.com/
• http://www.sansarn.com/
• http://campus.acm.org/public/search/search.cfm
วิธีการใช้งาน Search Engine
• โดยทั่วไปแล้ว Search Engine สามารถทำงาน

แบบ Basic/SimpleSearch ได้เสมอ

สำหรับการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง หรือ Advanced Search จะ

ได้ผลตรงตามต้องการมากกว่า 

แต่ละ Search Engine จะมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป


รูปแบบต่างๆ ของ Advanced Search
การค้นหาแบบบูล (Boolean Search)
การค้นหาแบบระบุคุณสมบัติ เช่น
anchor:  near:                       applet:
host:                       image:                   link:
text:                        title:                       url:               
domain:                


ความสำคัญของ Keyword
หมายถึง คำ หรือ ข้อความ ที่ต้องการให้ Search Engine ค้นหา
นอกจาก Keyword แล้ว อาจจะต้องส่งสัญลักษณ์ หรือคำสั่งอื่น
เพื่อให้ Search Engine ทำงานตรงตามความต้องการ


ตัวอย่างวิธีการสืบค้นข้อมูลทั่วไป (1)
ค้นหาโดยใช้ คำ หรือ วลี ทั่วไป เช่น มหาวิทยาลัย  บูรพา ผลที่ได้จากการสืบค้น จะได้ เว็บเพจ ที่มีคำว่า มหาวิทยาลัย หรือ บูรพา


ตัวอย่างวิธีการสืบค้นข้อมูลทั่วไป (2)
การใช้เครื่องหมายคำพูด “….” เข้าช่วย เช่น “linux thai” ผลที่ได้จะได้ เว็บ เพจ ที่มีคำว่า linux และ thai ซึ่งอาจเป็น thailinux หรือ Thai Linux หรือ Linux Thai หรือ อื่นๆ ในทำนองนี้ก็ได้


ตัวอย่างวิธีการสืบค้นข้อมูลทั่วไป (3)
การค้นหาโดยการใช้เครื่องหมาย * ต่อท้าย Keyword เช่น Bang* ผลที่ได้จะได้ เว็บ เพจ ที่มีคำว่า Bang หรือ มี Bang เป็นส่วนประกอบของคำ เช่น Bang’s หรือ Bang! เป็นต้น


หลักการวิธีการของ Boolean Searching
สามารถพิจารณาได้ จากการพิจารณาผลของ and หรือ or หรื
and notอาจมีการใช้ operator อื่น เช่น near, w/s, w/p, w/# หรือ
proximity search operator อื่นๆอาจมีการใช้เครื่องหมาย (  )ใน
ลักษณะของ parentheses “Nesting”


ตัวอย่างการใช้ Boolean Search (1)
ใช้เครื่องหมาย + แทน and และ - แทน not เช่น +buraphalinux -burapha ผลที่ได้จะได้เว็บเพจ ที่มีคำว่า buraphalinux แต่ไม่มีคำว่า burapha ทดสอบได้ที่ www.altavista.com


ตัวอย่างการใช้ Boolean Search (2)
ใช้เครื่องหมายวงเล็บ เข้าช่วย เช่น ("burapha university") and (bangsaen) ผลที่ได้จะได้เว็บเพจ ที่มีคำว่า “Burapha University” และ Bangsaen หรืออื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน


การค้นหาโดยระบุคุณสมบัติ (1)
ระบุ anchor: anchor: burapha จะได้เว็บเพจ ที่มี burapha เป็น anchor
ระบุ applet: applet:balls จะได้เว็บเพจ ที่มี Java Applet ชื่อ balls ทดสอบได้ที่ www.altavista.com


การค้นหาโดยระบุคุณสมบัติ (2)
ระบุ host: host: www.buraphalinux.org จะได้ directories index
ของ host ที่ระบุ

ระบุ link:
link: www.buu.ac.th จะได้เว็บเพจที่มี link ตามกำหนดทดสอบ
ได้ที่ www.altavista.com 
www.google.com เป็นเว็บไซท์ที่มีผู้นิยมมาก ทั่วโลก
มีเครื่องแม่ข่ายกระจายไปทั่วโลก หลายภาษา เช่น www.google.co.th
มีโปรแกรมคอย update ฐานข้อมูลของตนเองโดยอัตโนมัติตลอดเวลา ทำ Basic/Simple Search ได้ดี
มีผู้นิยมใช้มาก ทั่วโลกมีบริการเว็บเสริมมากมายมีการจัด 
Web Site Directories เรียงตาม Subjects ที่เหมาะสมต่อ
การใช้งานมีเครื่องแม่ข่ายกระจายไปตามภูมิภาคทั่วโลก


มีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถในการทำ Advanced Search 
ลักษณะต่างๆโปรแกรม search engine ของ altavista ถูกนำไปใช้
โดย เว็บไซท์ต่างๆ หลายแห่ง


เป็นเว็บเพจ ที่ใช้สำหรับการค้นหาเอกสาร บทความทางด้าน
คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะข้อมูลบางส่วนเป็นบริการทั่วไปแบบ
สาธารณะข้อมูลในรายละเอียดมีไว้บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
สมาชิกจะต้องเสียค่าบริการ


Search Engine สำหรับภาษาไทย
Search Engine อื่นๆที่มีคุณภาพสูง ยังไม่สามารถทำงานได้ดีกับ
ภาษาไทย สรรสารเป็นโปรแกรมสืบค้นข้อมูล ภาษาไทย
พัฒนาโดย NECTEC


โครงสร้างของโปรแกรมสรรสาร
ส่วนจัดเตรียมข้อมูล (Data Preparation Servers)
ส่วนจัดเก็บฐานข้อมูล (Database Servers)
ส่วนค้นหาข้อมูล (Search Engine Servers)


ส่วนจัดเตรียมข้อมูล Data Preparation Servers
เป็นส่วนที่ทำหน้าที่นำข้อมูลเข้าระบบ โดยผู้บริหารระบบ
ข้อมูลที่ถูกนำเข้าอยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น text, HTML, PDF, doc
เป็นต้น
มีการสร้าง index ซึ่งจะได้ index files เพื่อใช้ในการค้นหา

ส่วนจัดเก็บฐานข้อมูล  Database Servers
ใช้ทำหน้าที่ในการเก็บ files ข้อมูล
ใช้ทำหน้าที่ในการเก็บ index files ที่ระบบสร้างขึ้น

ส่วนค้นหาข้อมูล Search Engine Servers
รับ keyword และคำสั่งจากผู้ใช้ทำหน้าที่ในการค้นหา จัดลำดับ
 เอกสารที่ค้นพบ ในฐานข้อมูล คืนสู่ผู้ใช้
การสืบค้นข้อมูลทางวิชาการจากอินเทอร์เน็ต
ระบุปัญหาให้ชัดเจน
เลือกแหล่งข้อมูลที่จะค้นหา
เลือกคำที่จะใช้ค้นหา
ดำเนินการค้นหา
พิมพ์เอกสารที่ค้นหา
ระบุปัญหาให้ชัดเจน
ผู้สืบค้นจะต้องกำหนดปัญหา ที่ต้องการศึกษาให้ชัดเจนเสียก่อน
พิจารณาว่าสิ่งที่เราต้องการศึกษานั้นคืออะไร ควรจะเป็นปัญหา
เฉพาะ ไม่กว้างจนเกินไป
พิจารณากำหนด Keywords ที่จะใช้ในการค้นหา ให้ครบถ้วน
รอบคอบ

เลือกแหล่งข้อมูลที่จะค้นหา

ในที่นี้หมายถึง เว็บไซท์ที่จะทำการสืบค้น
พิจารณาเว็บไซท์ ที่เกี่ยวข้องกับ

 เนื้อหาข้อมูลที่ต้องการค้นหาที่สามารถเข้าถึงได้ก่อน
ใช้เว็บไซท์ที่สามารถเรียกใช้ข้อมูลที่ต้องการได้จำนวนมากกว่า
พิจารณาความสามารถด้านภาษาของ Search Engine ด้วย

เลือกคำที่จะใช้ค้นหา
เลือกใช้ คำ หรือ คำพ้อง ทั้งนี้ต้องพิจารณา ความสามารถของ 
Search Engine ประกอบการเลือกคำด้วย
พยายามใช้หลักตรรกวิทยา ในการกำหนดคำ วลี หรือ คำพ้อง ที่
จะใช้เป็น Keywords

ดำเนินการค้นหา
ป้อน Keyword(s) และคำสั่ง ลงในช่องที่กำหนด แล้วสั่ง Search
ในกรณีที่เว็บไซท์มี Directory Subjects บริการ ก็สามารถที่จะ
ติดตาม link เหล่านั้น จนกว่าจะพบข้อมูลที่ต้องการพิมพ์เอกสาร
ที่ค้นหาเพื่อรวบรวมเว็บเพจ ที่ค้นหามาได้ ไว้อ้างอิงต่อไป
 สามารถทำได้ 2 แนวทางคือ
พิมพ์เอกสารลงกระดาษ ทำการบันทึก วันเวลา และข้อมูลที่
เกี่ยวข้องไว้
เก็บ file(s) ลง disk หรือ floopy disk พร้อมบันทึกข้อมูลวันเวลา
และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้


แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.sansarn.com/
http://www.yahoo.com/
http://www.altavista.com/
http://www.acm.org/